การประกาศข่าวดีครั้งใหม่(ตอนที่2)

10 ต.ค.

วันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2011  ณ กรุงวาติกัน พระอัครสังฆราช นิโคไล เอแตโรวิค เลขาธิการที่ประชุมสมัชชาพระสังฆราชทั่วโลกได้แถลง ณ ห้องข่าวของสันตะสำนักถึง “แนวทาง” ของการประชุมสมัชชาพระสังฆราชทั่วโลกครั้งที่ 13 ที่จะมีขึ้น ณ กรุงวาติกัน ตั้งแต่วันที่ 7 ถึง 28 ตุลาคม ค.ศ. 2012 ในหัวข้อ “การประกาศข่าวดีครั้งใหม่” เพื่อถ่ายทอดความเชื่อคริสตชนสู่ผู้คน โดย “แนวทาง”  หรือ “ร่างฉบับแรก” อันเป็นเนื้อหาของการประชุมสมัชชาพระสังฆราชทั่วโลกจะตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ  อิตาเลียน  โปลิช  โปรตุเกต สเปน และเยอรมนี ในเนื้อหาประกอบด้วย อารัมภบท  บทนำ  เนื้อหา 3 บท  และบทสรุป

“แนวทาง” นี้ มีคำถามที่ผู้ตอบจะส่งกลับคืนมายังเลขาธิการฯ ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ.2011 อันเป็นวันสมโภชนักบุญทั้งหลายเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นจะทำสรุปคำตอบที่ได้รับมา  อันจะนำมาเป็น “เอกสารปฏิบัติการ” ระหว่างประชุมสมัชชาฯ

ใน “อารัมภบท” อธิบายถึงความแตกต่างว่าการประกาศพระวรสารที่เคยทำมานั้นมุ่งไปยังคนต่างศาสนา “อัด แยนแตส” คือบรรดาผู้ที่ยังไม่รู้จักพระเยซูเจ้า แต่ “การประกาศข่าวดีครั้งใหม่” มุ่งไปยังผู้ที่ถอยห่างจากพระศาสนจักร คือคนที่ได้รับศีลล้างบาป แต่ไม่ได้รับรู้ข่าวดีของพระเยซูเจ้าอย่างเพียงพอ

ในบทนำยังชี้ว่า “การประชุมสมัชชาครั้งที่ 13” นี้ เกิดขึ้นในบรรยากาศของ “ศาสนสัมพันธ์” อันเป็นการประกาศข่าวดีตามแนวทางของพระสังคายนาวาติกัน ที่ 2

ใน “บทที่1” ชื่อว่า “เวลาแห่งการประกาศข่าวดีครั้งใหม่” อธิบายกำเนิดความคิดว่า ทำไมต้องประกาศข่าวดีครั้งใหม่ และแนวคิดนี้มีที่มาตั้งแต่สมัยปกครองของบุญราศีสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2  จนมาถึง สมัยปกครองของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16  บทนี้แบ่งเป็น 6 ภาคส่วน ซึ่งพระศาสนจักรจะต้องเผชิญการท้าทายต่อความเชื่อคริสตชน ซึ่งสิ่งท้าทายเหล่านี้ปัจจุบันกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่และสังคมรูปแบบใหม่ในยุคปัจจุบันนั่นเอง

6 ภาคส่วนนี้คือ 1.ชีวิตฝ่ายโลกียะ 2.การอพยพย้ายถิ่นฐาน 3.การสื่อสาร 4.ภาคเศรษฐกิจ 5.วิทยาศาสตร์ 6.การค้นคว้าวิจัยทางเทคโนโลยี่ใหม่ๆ

บทที่ 2 ชื่อ “การประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า” ซึ่งเน้นเป้าหมายประกาศพระวรสารครั้งใหม่ว่าเป็นการส่งผ่านความเชื่อ มิใช่พระวรสารที่เป็นเพียงเทววิทยาหรือแค่หนังสือที่เราอ่าน แต่ต้องเป็นพระบุคคล คือพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นพระวัจนาตถ์ เสด็จมาบังเกิดรับสภาพมนุษย์

บทที่ 3 “การเข้าสู่ประสบการณ์การดำเนินชีวิตคริสตชน” เลขาธิการที่ประชุมสมัชชาฯ อธิบายว่า คือ “การเชื้อเชิญอีกครั้งหนึ่ง” ให้ได้ไตร่ตรองถึงเครื่องมือต่างๆ ของพระศาสนจักรที่จะนำผู้คนเข้าสู่ความเชื่อ โดยเฉพาะ การเข้าสู่ศีลล้างบาป  ศีลกำลัง ศีลมหาสนิท

และ ”บทสรุป”  ย้ำว่า “การประกาศข่าวดีครั้งใหม่” จะต้องมุ่งทำอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนคริสตชนดั้งเดิมที่มีความกระตือรือร้น และพันธกิจใหม่นี้ จะต้องเกี่ยวเนื่องกับมวลสมาชิกทุกคนในชุมชนของพระเจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: